Archive of ‘สุขภาพกาย’ category

แว๊กซ์ขนตามร่างกายแล้วเป็นผื่นคัน เกิดจากอะไร

สาวๆ หลายท่านคงเคยคิดหาวิธีกำจัดขนตามบริเวณร่างกายกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการโกน ถอน ดึง แว๊กซ์ ฯลฯ แต่รู้หรือไม่ว่าบางครั้งก็อาจจะทำให้ร่างกายเกิดการแพ้เป็นผื่น เป็นตุ่ม คันเกิดขึ้นมาได้เช่นกัน

ทำไมผิวบริเวณที่ทำการแว๊กซ์ขน ถึงเกิดอาการคัน เป็นผื่นขึ้นมาได้???
อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนที่แว๊กซ์ขนมา และไม่จำเป็นต้องเป็นทุกครั้งที่แว๊กซ์ สำหรับคนที่ไม่เคยเป็นหรือไม่มีอาการ เป็นเพราะผิวหนังของคนเราไม่เหมือนกัน มีความหนาบางของผิวหนังไม่เท่ากัน แต่สำหรับคนที่ผิวบาง จะเกิดการระคายเคืองได้มากกว่า Sensitive กว่านั่นเอง

สาวๆ รู้หรือไม่ว่า การแว๊กซ์ขนนั้น เป็นการทำร้ายผิวหนังอย่างรุนแรง เพราะนอกจากมันจะเป็นการดึงขนที่ไม่ต้องการออกมาแล้ว มันยังเป็นการกระชากผิวหนังออกมาได้อีกด้วย ซึ่งพอเกิดการดึงกระชากนั้น จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดแผลขึ้นมาได้ และหากในบริเวณใกล้เคียง หรือบริเวณที่ทำการแว็กซ์นั้น มีเชื้อโรค มันก็จะสามารถกระจายและแพร่เข้าไปสู่ผิวหนังได้ง่าย ทำให้เกิดอาการแพ้ ติดเชื้อและ อักเสบเกิดขึ้นได้ (more…)

บริหารหน้าลดริ้วรอย

ก่อนอื่นควรล้างหน้าให้สะอาดและบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นเสียก่อน เพื่อที่เวลาบริหารไปสัมผัส จะได้ไม่เกินการเสียดสีที่รุนแรง ซึ่งจะนำพาริ้วรอยมาฝากไว้

ยึดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของใบหน้า โดยทำท่าละ 3 – 5 ครั้ง เมื่อนิ้วมือกดผิวหน้าให้หายใจเข้า และหายใจออกขณะปล่อยมือ

หน้าฝาก ใช้นิ้วกดตรงโคนผมเพื่อให้ผิวยืด จากนั้นใช้นิ้วกลางหรือนิ้วนางกดลูบผิวลงมาบริเวณหน้าผากช้า ๆ

ระหว่างคิ้ว ใช้นิ้วที่ถนัดวางที่ระหว่างคิ้ว กดเบา ๆ แล้วลูบออกไปด้านข้างจมูก ลูกบริเวณสันจมูกจากบนลงล่าง จากนั้นลูกออด้านข้างรอบดวงตา กดที่หัวตาเบา ๆ แล้วลูบออกไปทางด้านข้าง ทั้งด้านบนและด้านล่าง

รอบริมฝีปากใช้นิ้วกดเบา ๆ ที่มุมปาก ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของอีกมือหนึ่งค่อย ๆ ลูบออกไป 4 ทิศทาง คือเฉียงขึ้นไปทางขอบหูบน ด้านข้างตรงไปถึงติ่งหู เฉียงลงทางขากรรไกร และลงไปที่ปลายคาง ทำสลับกันทั้งสอง

คอและคาง วางมือบนกระดูกไหปลาร้า แล้วลากมือเฉียงผ่านลำคอขึ้นไปข้าง ๆ ใบหน้าจนถึงหู จากนั้นวางมือบริเวณกระดูกขากรรไกรใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางนวดแนวกระดูกขากรรไกรจากคางไล่ไปถึงหู

เมื่อยืดกล้ามเนื้อใบหน้าเสร็จแล้วให้ออกกำลังกล้ามเนื้อใบหน้าต่อ โดยพยายามเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ ให้มากที่สุด

หน้าผาก ย่นหน้าผากขึ้นเต็มที่ ค้างไว้นับ 1 – 3 แล้วปล่อยทำซ้ำประมาณ 3 ครั้ง

รองดวงตา หลับตาแรง ๆ ค้างไว้นับ 1 – 3 แล้วปล่อย ทำซ้ำ 3 ครั้ง

ริมฝีปาก ยิ้มให้กว้างที่สุด เกร็งค้างไว้นับ 1 – 3 แล้วปล่อย ทำซ้ำ 3 ครั้ง

จมูก ย่นจมูกทุกส่วนบนใบหน้าย่นเข้าหากัน แล้วเกร็งค้างไว้ นับ 1 – 3 แล้วปล่อย ทำซ้ำ 3 ครั้ง

ร่างกายกับการล้างพิษ

เมื่อคุณเป็นคนหนึ่งที่จะเข้าโปรแกรมล้างพิษไม่ว่าจะใช้วิธีการใดล้างพิษก็ตาม นั่นหมายความว่าร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอาการข้างเคียงต่างๆ จะมีมา ฉะนั้นแล้วในช่วงระหว่างที่ทำการล้างพิษหากมีอาการแปลกๆ ทางด้านกายภาพใดๆ ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ก็ให้เลิกกังวลไปได้เลย เพราะนั่นกำลังหมายความว่าร่างกายของคุณกำลังขับสารพิษจำนวนมากออกมา

เป็นธรรมดาที่จะพบอาการข้างเคียงเหล่านี้เกิดขึ้น เมื่ออยู่ในช่วงที่ล้างพิษซึ่งคุณๆ ทั้งหลายที่กำลังเตรียมตัวเข้าโปรแกรมล้างพิษควรได้ทราบเอาไว้ก่อน เพื่อเป็นการเตรียมตัว เตรียมใจ และรับมือกับอาการต่างๆ นี้ โดยที่จะได้ไม่ต้องบาอกลาการล้างพิษก่อนการจบโปรแกรม ที่สำคัญอาการข้างเคียงที่ว่านี้เป็นแค่ 1-3 วันแรกของการล้างพิษเท่านั้น

อาการหน้ามืดเป็นลม

การปรับเปลี่ยนอาหาร และควบคุมปริมาณ การกิน ย่อมทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเปลี่ยนไป อาการหน้ามืดเป็นลม หรือหมดเรี่ยวแรง ย่อมเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนมาก พยายามจัดการพาตัวเองไปอยู่ในที่โล่งอากาศถ่ายเทดี และดื่มน้ำเกลือแร่ หรือน้ำผักผลไม้สักแก้ว ก็จะสามารถบรรเทาอาการวูบนี้ให้หายไปได้

อาการปวดศีรษะ

ขณะที่อยู่ใช่วงล้างพิษ อาการปวดศีรษะมักจะมาหาคุณบ่อยๆ ซึ่งจะมีอาการมากช่วง 1-3 วันแรกของการล้างพิษ ให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น เช็ดแล้ววางโปะไว้บนหน้าผากทิ้งไว้สักพัก อาการปวดศีรษะจะเริ่มหายไป

อาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้

อาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ เกิดขึ้นได้ง่ายมาก ระหว่างทำการล้างพิษ เมื่อมีอาการเกิดขึ้น ให้ดื่มน้ำขิงร้อนๆ หรือล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่น ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้นอนพักในที่ที่อากาศถ่ายเทดีๆ

นอกเหนือจากอาการที่กล่าวมา 3 อาการนี้แล้ว ในช่วงการล้างพิษ ก็ยังมีอาการข้างเคียงอื่นๆ เกิดขึ้นด้วย แต่ว่าไม่ได้ร้ายแรงให้ต้องกังวลไป และจะเป็นช่วง 3 วันแรกที่ทำการล้างพิษเท่านั้นจากนั้นร่างกายก็จะเริ่มปกติ

ต่อมไทรอยด์กับสุขภาพ

วันนี้ขอพูดถึงอวัยวะที่เกี่ยวกับอัตราการเผาผลาญในร่างกายกันสักหน่อย นั่นก็คือ ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Gland) โดยต่อมไทรอยด์จะหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid Hormones) ซึ่งจะควบคุมให้ทุกเซลล์ในร่างกายมีการเผาผลาญหมดไป จึงไม่เหลือให้เก็บเป็นไขมัน นอกจากนี้ต่อมไทรอยด์ยังทำหน้าที่คล้ายกับเป็น Thermostat (เทอร์โมสแตท) ที่คอยควบคุมให้อุณหภูมิในร่างกายของคนเราให้คงที่ที่ 37.5 องศาเซลเซียสตลอดเวลา โดยจะกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันสะสมให้เกิดเป็นความร้อนขึ้น เพื่อให้ร่างกายอุ่นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ฮอร์โมนไทรอยด์จึงทำให้ไขมันสะสมถูกนำไปใช้เป็นพลังงานที่สูญเปล่า คือ เปลี่ยนให้เป็นความร้อนอยู่ตลอดนั่นเอง

thyroid

ดังนั้น หากอุณหภูมิในร่างกายเย็นลง ย่อมบ่งบอกได้ว่าต่อมไทรอยด์ได้ทำงานน้อยลง โดยจะมีอาการมือเท้าเย็น ขี้หนาว อ่อนเพลี ยร่วมกับอาการนอนไม่ค่อยหลับ อาหารไม่ย่อย ท้องผูก หน้ามืด ผิวหนังแห้ง ผมหยาบแห้งและร่วง เหล่านี้คืออาการของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ลดลง ซึ่งหมายความว่า การเผาผลาญของเราลดลงตามไปด้วย

ดังนั้นต่อให้คุณกินน้อยก็จะยังทำให้อ้วน เพราะร่างกายไม่สามารถเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาหารที่ย่อยแล้ว จึงตกค้างเหลืออยู่ในกระแสเลือด ร่างกายจึงเปลี่ยนให้เป็นไขมันสะสมจึงอ้วน ทั้งๆ ที่กินน้อยมาก ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราเพลียไม่มีแรง เพราะร่างกายเผาผลาญอาหารได้น้อยลง จึงทำให้ได้พลังงานลดลงตามไปด้วย และมักจะง่วงนอนในช่วงบ่ายๆ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เราอยากกินแต่ของที่เย็นๆ หวานๆ เช่น กาแฟเย็น เพื่อกระตุ้นร่างกายให้สดชื่นและไม่ทำให้ง่วงนอน

เคล็ดลับสวยใส สุขภาพดี

หากอยากมีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากทำได้อย่างนี้รับรองใบหน้าของคุณจะดูสดใสอยู่ตลอดเวลาแต่สำหรับบางคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอน คือ นอนไม่ค่อยหลับ ควรรีบหาทางแก้ไข อาจไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา จะได้มีวิธีปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง

ทุกวันนี้คนไทยคงคุ้นเคยกับชาเขียวเป็นอย่างดี น้ำชาเขียวที่เป็นที่นิยมกันมาช้านานในประเทศใกล้เคียง เช่น ญี่ปุ่น และจีน ผู้คนนิยมกันมาก เหตุผลน่ะหรือ ก็เพราะว่าชาเขียวนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพโดยตรงน่ะสิ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างดีเยี่ยม และทำให้มีสุขภาพดี รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูสดชื่นแจ่มใส ดื่มทุกวันยิ่งดี

กินปลาแมคเคอเรลเป็นประจำ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดีทั้งภายนอกภายใน อ่อนเยาว์ ในปลาแมคเคอเรลมีสารโคเอนไซม์คิวเทนน่ะสิ จึงช่วยดูแลสุขภาพกายของคนเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ

อย่าปล่อยให้ทุกๆ วันเป็นวันว่างของคุณเลย เพราะจะส่งผลถึงร่างกายและจิตใจ อาจทำให้คุณฟุ้งซ่านมีเรื่องโน้นเรื่องนี้ต้องคิดมากจนเกินไป สุขภาพร่างกายก็ย่ำแย่ เจ็บออด ๆ แอดๆ ไม่แข็งแรง เดี๋ยวนี้ใครไม่เคยได้ยินคำว่า “แค่ขยับ เท่ากับออกกำลังกาย” ถือว่าเชยสะบัด พยายามหากิจกรรมทำให้วันทั้งวันของคุณไม่น่าเบื่อหน่าย และยังได้ร่างกายที่คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉงอีกแน่ะ

เปล่งประกายความงามจากภายใน

เคล็ดลับความงานจากภายในก็ไม่มีอะไรมาก ลองอ่านเรื่องต่อไปนี้แล้วลองทำตามกันดู รับรองว่าไม่ยากเกินไปสำหรับสาวๆ แน่ๆ

1. มีผักผลไม้แช่ตู้เย็นไว้บ้าง
สำรองผลไม้ในตู้เย็น ผักผลไม้ที่ควรสำรองในตู้เย็นอย่าให้ขาด ได้แก่ กะหล่ำปลี แครอท ส้ม แอปเปิล ซึ่งนอกจากมีประโยชน์มากสำหรับสาว ๆ ที่กำลังไดเอตแล้วการกินผักผลไม้เป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

2. น้ำชาเพื่อสุขภาพ
เหงือกดีด้วยน้ำชายามเช้า องค์กรอาหารและยาของสหรัฐฯ และสวีเดน บอกว่าการบ้วนปากในช่วงเช้าด้วยน้ำชา จะช่วยลดแบคทีเรียในช่องปากได้ เนื่องจากสารโพลีฟีนอลจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของฟันผุ ส่วนการดื่มชาหลังมื้ออาหาร ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเหงือกได้

3. ดื่มน้ำมากขึ้น
การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 5 แก้วจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

4. เปลือยเท้าคลายเครียด
ว่ากันว่าการย่ำเท้าเปล่าไปบนทรายนุ่ม ๆ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากการเดินเท้าเปล่า จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ดังนั้นสาวๆ ควรจะหาเวลาไปเที่ยวทะเลกันบ้าง นอกจากจะผ่อนคลายสุขภาพจิตแล้ว ยังจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย

5. รับแสงแดดอ่อน ๆ
มีข้อมูลจากการวิจัยระบุว่า ผู้หญิงที่ไม่ค่อยโดนแดดเอาเสียเลย มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงที่อยู่ในเมืองที่มีแดด เนื่องจากแสงแดดช่วยสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกาย แต่การโดนแดดจัดในช่วงบ่ายๆ ก็เป็นอันตรายเช่นกัน ควรรับแดดอ่อน ๆ ในช่วงเย็นจะกว่า

6. หันมากินขนมปังโฮลวีตกันเถอะ
สำหรับมื้อว่างยามบ่าย แทนที่จะไปคว้าคุกกี้หรือช็อกโกแลต ซึ่งเพียบด้วยแคลอรี่ เปลี่ยนมากินขนมปังโฮลวีตสัก 2 แผ่น รับรองว่าจะช่วยให้คุณมีกำลังวังชาแล้วยังไม่อ้วนอีกด้วยล่ะ

7. สลัดปลาทูน่าเพิ่มความจำ
ใครที่รู้ตัวว่าเริ่มจะหลง ๆ ลืม ๆ ลองหันมากินสลัดปลาทูน่า หรือ อาหารเมนูปลารวมทั้งเพิ่มอาหารที่มีวิตามินบี2 เช่น ไข่ นม ถั่วเหลือง นอกจากจะช่วยให้อารมณ์ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มพลังความจำให้กับสมองได้

เห็นมั้ย ไม่ใช้เรื่องยากเลย สำหรับบางคนอาจจะทำอยู่แลัว แต่อาจยังไม่ครบทุกข้อ เพียงแค่เพิ่มเติมเข้าไปอีกข้อ 2 ข้อ ก็คงไม่ยากเกินไปใช่มั้ยค่ะ

น้ำผึ้งให้ความงามพร้อมสุขภาพดี

น้ำผึ้งช่วยปรับสมดุลของร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ใครที่มีปัญหาปวดข้อ ปวดกระดูก เป็นตะคริวอยู่บ่อย ๆ หรือแม้กระทั่งโรคอ้วน ก็สามารถดื่มน้ำผึ้งเพื่อช่วยบรรเทาโรคต่าง ๆ ได้ วิธีทำคือ นำน้ำผึ้ง3 ช้อนชา ผสมกับน้ำส้มสายชูหมักแอบเปิล 3 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มทุกเช้าหลังตื่นนอน และระหว่างมื้อเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่น

หน้าแห้งแตกเป็นขุย สาวที่มีผิวหน้าแห้งกร้านเหมือนอีสานแล้งควรทำเป็นอย่างยิ่ง คือ นำไข่แดง 1 ฟอง และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

น้ำผึ้งสยบสิวเสี้ยนบนใบหน้า หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เช็ดน้าให้แห้ง จากนั้นนำกล้วยหอมครึ่งลูก บดผสมกับน้ำผึ้ง นำมาทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งมีเอนไซม์ที่ทำให้หน้าคุณชุ่มชื้นนุ่มนวลขึ้น และยังบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ด้วย

ผมหยาบกระด้างเกินเยียวยา ต้องลองสูตรนี้ หลังสระผมเสร็จให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมันมะอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ ชโลมผมแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมคุณจะนิ่มและเงางามดุจเส้นไหม

ใครที่นอนไม่หลับ ฟังทางนี้ด่วน ผสมน้ำผึ้งกับน้ำอุ่น หรือนมร้อนดื่มก่อนนอน จะช่วยให้คุณหลับสบายขึ้น

สครับหน้าแบบง่าย ๆ เพียงน้ำน้ำผึ้งผสมกับแอปเปิล ปั่นรวมกันทาให้ทั่วใบหน้า พร้อมกับนวดหน้าเบา ๆ ความหยาบของแอปเปิ้ลจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปทำให้ผิวหน้าสดใสเปล่งปลั่งขึ้น

สูตรไล่ตีนกาออกจากหน้า นำแครอต 1 หัวเล็กมาปอกเปลือกและปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที ริ้วรอยตีนกาทั้งหลายจะค่อย ๆ โบยบินออกจากหน้าของคุณในเร็ววัน

เสียงใสเหมือนระฆังเงิน หากใครเกิดอาการเจ็บคอ รู้สึกคอแห้ง เสียงแหบ ร้องคาราโอเกะไม่สนุกละก็ เพียงผสมน้ำมะนาว 1 ลูก น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ จิบบ่อย ๆ แก้เจ็บคอ แต่หากกินไม่หมดก็นำมาทาหน้าได้ด้วย ทาทิ้งไว้ 10-15 แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวหน้าจะขาวใสและเต่งตึงขึ้นทันตาเห็น

อาหารเพิ่มความแข็งแรง

เมื่อวานเราได้พูดถึงอาหารเพิ่มความอ่อนเยาวกันไปแล้ว วันนี้เรามาเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายของเราบ้าง ผิวสวย หน้าใสแล้ว เราก็ต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วยจริงมั้ย ความสวยจะได้สวยสมบูรณ์แบบ ^^

ลูกพรุน โพแทศเซียมในลูกพรุน ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและลดระดับดับความดันเดือด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหัวใจ เสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตหรือกินเล่นเป็นของว่างก็ดี

คะน้า ช่วยให้ตับของคุณผลิตเอนไซม์ในกาต่อต้านมะเร็ง เมื่อคุณเคี้ยวคะน้า จากการวิจัยพบว่า สามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ ฮืม เลือกผัดคะน้าปลาเค็มเป็นเมนูมื้อกลางวันดีกว่า (อย่าลืมทุบกระเทียมลงไปด้วยนะ)

ผักโขม คุณจะได้รับแคลเซียมจากผักโขม ในขณะเดียวกันก็มีแมกนีเซียมที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดี การกินใบอ่อนของผักโขมในสลัด จะช่วยป้องกันโรคกระดูกเปราะและหัก ง่ายเนื่องจากขาดแคลเซียม

ราสเบอร์รี่ จากผลการวิจัยพบว่า สารแอนติออกซิเดนซ์ในราสเบอร์รี่สามารถยับยั้งการเกิดเนื้อร้ายได้ ลองนำราสเบอร์รี่ไปราดด้วยช็อกโกแลตเหลว แล้วไปแช่เย็นดูสิ

ถั่วงอก สารประกอบที่พบในถั่วงอกสามารถช่วยลดระดับไขมันเส้นเลือด นอกจากนี้ถั่วงอกยังประกอบด้วยสารอาหารในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยเรื่องโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ของสตรีในวัยหมดประจำเดือน ถั่วงอกผักเต้าหู้กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยไม่เบา

บรอกโคลี การกินบรอกโคลีเป็นประจำ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 20% และยังมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย ลวกใส่ในสลัดหรือผัดกับกุ้งลดก็ไม่เลวนะ

You might also likeclose