Archive of ‘สุขภาพผิว’ category

น้ำผึ้งล้างหน้า ทาหน้า ดีอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร

หลายคนคงเคยได้ยินในเรื่องของการบำรุงผิวหน้าด้วยน้ำผึ้งกันมาบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาพอกหน้าหรือล้างหน้ากันมาแล้ว แต่คุณรู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของน้ำผึ้งนั้นเป็นอย่างไร และเมื่อเอามาพอกหน้าหรือใช้แทนผลิตภัณฑ์ล้างหน้าต่างๆ แล้ว จะให้ผลกับหน้าของเราอย่างไร

คนส่วนใหญ่จะรู้จักประโยชน์ของน้ำผึ้งในเรื่องของการแก้ไอ แต่นอกจากนั้นแล้วน้ำผึ้งยังสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียสมานแผล หรือสร้างเซลผิวหนังได้อีกด้วย ด้วยคุณสมบัติข้อนี้ของน้ำผึ้งนี่เอง เราจึงสามารถที่จะนำมาใช้กับผิวหน้าของเราได้เช่นกัน

การนำน้ำผึ้งมาทาหน้านั้น จะช่วยให้หน้าของเราเนียนขึ้น รูขุมขนเล็กลง สิวเสี้ยนต่างๆ ลดลง รวมถึงสามารถรักษา ลดสิวได้อีกด้วย แต่การนำมาใช้นั้น ก็ต้องระวังในเรื่องของการแพ้ด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นแทนที่จะเป็นการรักษากลับกลายเป็นให้โทษ ทำให้หน้าเป็นผดผื่นแดง และคันได้

การนำน้ำผึ้งมาทาหน้านั้น ก็มีอยู่หลายสูตรหลายวิธี เช่น บางคนก็นำมาทาตอนเช้า ก่อนที่จะอาบน้ำและล้างออกหลังจากที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือบางคนจะนำมาทาแล้วนวด แล้วปล่อยทิ้งไว้สักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง หรือบางคนก็เอาน้ำผึ้งไปผสมกับทานาคา แล้วค่อยเอามาทา มาพอกหน้าอีกทีหนึ่ง

การใช้น้ำผึ้งทาหน้านั้น ก็เหมือนกับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่วไป ไม่ได้เห็นผลทันตาทันทีหลังจากที่ใช้ ต้องทาเป็นประจำและต่อเนื่องถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน จะมีส่วนที่เห็นทันตาก็เห็นจะมีหลังจากที่ล้างน้ำผึ้งออก จะรู้สึกว่าหน้านั้นนุ่มว่าการใช้โฟมล้างหน้า ที่ส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึกที่แห้งตึงมากกว่าเท่านั้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผิวหน้าว่าผิวหน้าของคุณนั้นเป็นผิวแห้งหรือผิวมัน และโฟมล้างหน้าของแต่ละยี่ห้อหรือสูตที่ใช้อยู่ด้วย

เรียกได้ว่าการใช้น้ำผึ้งกับผิวหน้านั้นเป็นวิธีทําให้หน้าขาวแบบธรรมชาติ ช่วยทำให้หน้าขาวใสไร้สิวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ทำอย่างไรถึงจะมีผิวสวย

วันนี้เราจะมาแนะนำพฤติกรรมที่ทำแล้วจะช่วยทำให้ผิวของเราสวยขึ้น ซึ่งหากว่าเราปฏิบัติเป็นกิจวัตรแล้ว นอกจากจะไม่ทำให้ผิวเสียหรือว่ามีปัญหาแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวสวย และมีสุขภาพดีอีกด้วย

พักผ่อนอย่างเพียงพอ

การพักผ่อนนอนหลับเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวของเรากระจ่างใส เพราะผิวของเราจะได้พักในช่วงที่เรานอนหลับพักผ่อน ดังนั้นหากว่าเราไม่ได้หลับอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้ผิวของเราไม่ได้พัก และทำให้หมองคล้ำขึ้นมาได้ คนเรานั้นต้องการการพักผ่อนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุและปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งากว่าเราตื่นมาแล้วไม่ง่วงหรือเพลีย สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างกระฉับกระเฉง คิดอ่านอะไรก็ไม่ตื้อไม่ติดขัด ไม่ง่วงเหงาหาวนอน นั่นแหละเรียกว่าเรานอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มแล้ว

นอนแต่หัวค่ำ

นอกจากจะนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว การนอนแต่หัวค่ำก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวของเราสวยและมีสุขภาพดี เพราะผิวของเรานั้นจะทำการฟื้นฟูในช่วงเวลา 4 ทุ่ม และต้องเป็นเวลาที่เราหลับด้วย ดังนั้นหากว่าเที่ยงคืนตี 1 เรายังนั่งเล่นเนตเล่นเกม หรือว่าทำกิจกรรมอื่น ๆ อยู่ล่ะก็ ผิวของเราก็ไม่ไดฟื้นฟูพักฟื้น ทำให้ผิวของเราดำคล้ำ ไม่สดใส และทำให้ดูโทรมไปเลยก็มี ทางที่ดีนอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นแต่เช้าดีกว่า ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพความงามของเราอย่างเป็นที่สุด

บริหารหน้าลดริ้วรอย

ก่อนอื่นควรล้างหน้าให้สะอาดและบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นเสียก่อน เพื่อที่เวลาบริหารไปสัมผัส จะได้ไม่เกินการเสียดสีที่รุนแรง ซึ่งจะนำพาริ้วรอยมาฝากไว้

ยึดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของใบหน้า โดยทำท่าละ 3 – 5 ครั้ง เมื่อนิ้วมือกดผิวหน้าให้หายใจเข้า และหายใจออกขณะปล่อยมือ

หน้าฝาก ใช้นิ้วกดตรงโคนผมเพื่อให้ผิวยืด จากนั้นใช้นิ้วกลางหรือนิ้วนางกดลูบผิวลงมาบริเวณหน้าผากช้า ๆ

ระหว่างคิ้ว ใช้นิ้วที่ถนัดวางที่ระหว่างคิ้ว กดเบา ๆ แล้วลูบออกไปด้านข้างจมูก ลูกบริเวณสันจมูกจากบนลงล่าง จากนั้นลูกออด้านข้างรอบดวงตา กดที่หัวตาเบา ๆ แล้วลูบออกไปทางด้านข้าง ทั้งด้านบนและด้านล่าง

รอบริมฝีปากใช้นิ้วกดเบา ๆ ที่มุมปาก ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของอีกมือหนึ่งค่อย ๆ ลูบออกไป 4 ทิศทาง คือเฉียงขึ้นไปทางขอบหูบน ด้านข้างตรงไปถึงติ่งหู เฉียงลงทางขากรรไกร และลงไปที่ปลายคาง ทำสลับกันทั้งสอง

คอและคาง วางมือบนกระดูกไหปลาร้า แล้วลากมือเฉียงผ่านลำคอขึ้นไปข้าง ๆ ใบหน้าจนถึงหู จากนั้นวางมือบริเวณกระดูกขากรรไกรใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางนวดแนวกระดูกขากรรไกรจากคางไล่ไปถึงหู

เมื่อยืดกล้ามเนื้อใบหน้าเสร็จแล้วให้ออกกำลังกล้ามเนื้อใบหน้าต่อ โดยพยายามเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ ให้มากที่สุด

หน้าผาก ย่นหน้าผากขึ้นเต็มที่ ค้างไว้นับ 1 – 3 แล้วปล่อยทำซ้ำประมาณ 3 ครั้ง

รองดวงตา หลับตาแรง ๆ ค้างไว้นับ 1 – 3 แล้วปล่อย ทำซ้ำ 3 ครั้ง

ริมฝีปาก ยิ้มให้กว้างที่สุด เกร็งค้างไว้นับ 1 – 3 แล้วปล่อย ทำซ้ำ 3 ครั้ง

จมูก ย่นจมูกทุกส่วนบนใบหน้าย่นเข้าหากัน แล้วเกร็งค้างไว้ นับ 1 – 3 แล้วปล่อย ทำซ้ำ 3 ครั้ง

ป้องกันฝ้า

ฝ้าถือได้ว่าเป็นศัตรูตัวร้ายของผิวหน้างามๆ และมักจะเกิดขึ้นก่อนวัยอีกต่างหาก เพื่อเป็นการช่วยผิวหน้าให้เนียนสดใสไร้ฝ้าขวางกั้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

หลีกเลี่ยงการตากแดดในช่วงเวลาที่มีรังสียูวีมากๆ คือ ในช่วงสายๆ ประมาณ 10 โมงเช้า จนกระทั่งถึงบ่าย 3 – 4 โมงเย็น

ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะทุกสภาพพื้นผิวไม่ว่าจะเป็นพื้นน้ำ พื้นถนน หรือพื้นคอนกรีต สามารถสะท้อนรังสียูวี เข้าสู้ผิวได้แม้อยู่ในที่ร่ม หรือในวันที่มีเมฆครึ้มหนาก็ยังมีโอกาสได้รับยูวี

ควรเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะสมกับผิวและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยครีมกันแดดที่เลือกใช้ทุกวันควรมีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 15 และควรทาก่อนออกแดดประมาณ 15 – 30 นาที จากนั้นควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หากอยู่กลางแดด

หลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด หรือเครื่องสำอางบางอย่างที่มีฮอร์โมนผสมอยู่ เพราะล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุในการเกิดฝ้า

ก่อนจะใช้ยารักษาฝ้า ควรปรึกษาแพทย์เสมอ เพราะการใช้ยาแก้ฝ้าจะมีผลข้างเคียง และถ้าใช้ยาที่ไม่ถูกก็อาจจะทำให้ฝ้ามีอาการเป็นหนักขึ้น ยากแก่การรักษาในคราวต่อๆ ไป

การล้างหน้าของสาวผิวมัน

การล้างหน้าของสาวผิวมันอาจจะต้องล้างหน้ามากกว่าสาวผิวชนิดอื่นๆ เพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกและน้ำมันที่เกาะติดอยู่บนหน้าของเรา แต่ก็ต้องระวังเรื่องผิวหน้าขาดน้ำมาหล่อเลี้ยงด้วยและเมื่อหน้าเสร็จแล้ว ก็ให้บำรุงด้วยโทนเนอร์หรือว่าโลชั่นสมานผิว โดยเลือกที่ไม่มีแอลกอฮอล์กับน้ำมัน เท่านี้ก็จะช่วยลดความมันบนใบหน้าของเราได้แล้ว

หลายคนนั้นอาจจะเกิดความเข้าใจผิดว่า ผิวหน้ามันนั้นจะได้ความชุ่มชื้นอยู่แล้ว แต่ความเป็นจริงนั้นผิวมันนั้นขาดน้ำมาบำรุงผิว ทำให้ต้องขับน้ำมันออกมาเพื่อบำรุงผิวพรรณของเรานั่นเอง ดังนั้นหากว่าเราเป็นคนผิวมันก็ควรจะดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวของเรานำน้ำไปเพิ่มความชุ่มชื้น แทนการผลิตน้ำมันมาเคลือบผิวหน้านั่นเอง

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับสาวผิวมันนั้น ควรจะใช้ที่ใช้เฉพาะผิวมัน เพราะหากว่าไปใช้ของสาวผิวแห้งหรือผิวธรรมดา ก็อาจจะยิ่งทำให้ผิวยิ่งมันเข้าไปใหญ่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของสาวผิวมันนั้น จะต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือถ้ามีก็อาจจะเป็นปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ก็ไม่ควรจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะไปดึงน้ำออกมาจากผิว ทำให้ผิวของเราขาดความชุ่มชื้นจากน้ำหน้าของเราจึงผลิตน้ำมัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นมากขึ้นนั่นเอง อย่างนี้ก็ยิ่งทำให้ผิวของเรามันเยิ้มเข้าไปใหญ่

นอกจากนี้เราสามารถช่วยควบคุมความมันบนผิวหน้าได้ โดยใช้กระดาษซับมัน ซึ่งก็มีหลายยี่ห้อหลายแบบให้เลือกซื้อ มีทั้งเป็นแบบกระดาษและเป็นแบบฟิล์ม ซึ่งก็จะช่วยลดความมันบนผิวหน้าของเราได้โดยไม่ต้องล้างหน้าบ่อยๆ ให้หน้าของเราสูญเสียน้ำที่อยู่ในผิวออกไปนั่นเอง

การดูแลสิวและผิวหน้า

ตอนเช้าควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นกับเจลล้างหน้าเฉพาะผิวคุณล้างหน้าสะอาดแล้วใช้น้ำยาเข็ดหน้าสำหรับผิวมัน ชุบสำลีให้ทั่วใบหน้า และบริเวณที่เป็นสิว อย่าบีบหรือแกะสิว ปล่อยให้มันแห้งหลุดไปเองก็ได้หายแน่อยู่แล้ว แล้วใช้น้ำยาแต้มสิวด้วยปริมาณที่เบาบาง

กลางวันควรจะเตรียมพกน้ำยาเช็ดหน้า กับสำลีเอาไว้ด้วย เมื่อรู้ว่าหน้ามันมาก หยิบสำลีมาชุบน้ำยาถูเพียงเบาๆ บริเวณที่เป็นด้วย แต่อย่าถูกแรงมากจนเกินไป

ก่อนนอนคุณควรจะอาบน้ำล้างหน้าให้สะอาด แล้วใช้น้ำยาเช็ดหน้าตามด้วยยาแต้มหัวสิวอีกที ในช่วงที่มีสิวบนใบหน้า ยังไม่ควรใช้ครีมบำรุงผิวก่อนนอน เพราะใบหน้าอาจถูกรบกวนจนเกิดสิวเพิ่มขึ้นมาอีก ปลอกหมอนผ้าปูที่นอนควรทำความสะอาด และเปลี่ยนบ่อยๆ ถ้าไม่เที่ยวกลางคืนไม่ควรแต่หน้าเข้ม ไม่ควรใช้ครีมรองพื้นอีก กลับถึงบ้านล้างหน้าให้สะอาด ล้างด้วยน้ำอุ่นจะดีมาก

กำจัดสิวด้วยน้ำส้มสายชู เป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่ายมากๆ เพียงนำน้ำส้มสายชูแท้มาสัก 1 ช้อนชา แล้วเอามาผสมกับน้ำเย็นใส่น้ำตาลลงไปสักเล็กน้อย เพื่อไม่ให้แสบคอดื่มทุกๆ วัน ประมาณ 10 – 20 วัน เจ้าสิวจะสลายตัวไปเอง

ยาแต้มสิว ไม่ควรใช้ยาแต้มสิวพร่ำเพรื่อ เพราะอาจเกิดอาการดื้อยา และต่อไปก็จะรักษาได้ยากมาก เชื้ออักเสบจะต่อต้านกับยา ใช้ไมซินโลชั่น (ซี – โลชั่น) และคลินดา แต้มหัวสิวตอนก่อนนอนหรือตอนเช้า อาจจะทาเพียงวันละ 1 ครั้ง เลือกเอาเวลาใดเวลาหนึ่ง

กาแฟบดขัดผิว

หากว่าผิวกายของคุณมีสิ่งเป็นปัญหาเรียกว่าเซลลูไลต์แล้วละก็หันมาเลือกใช้กาแฟบดในการขัดผิวเป็นประจำดู ปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้คุณก็จะหมดไป ที่สำคัญไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินเข้าคอร์ส หรือซื้อครีมขจัดเซลลูไลต์ที่ราคาสูงติดเพดาน เพียงแต่ต้องอาศัยความพยายาม และความอดทนกันบ้างเท่านั้นเอง

ก่อนอาบน้ำให้คุณปูกระดาษหนังสือพิมพ์รองพื้นห้องน้ำไว้ จากนั้นนำกาแฟบดมาขัดถูให้ทั่วผิวกาย โดยเน้นไปที่จุดที่มีปัญหาเซลลูไลต์พยายามขัดถูผิวด้วยกาแฟเช่นนี้นานประมาณ 30 นาที จึงค่อยอาบน้ำให้สะอาดตามปกติ หมั่นขัดผิวเช่นนี้เสมอ ๆ อย่างต่อเนื่องแล้วเซลลูไลต์ที่ทำให้ผิวไม่เรียบเนียนก็จะถูกขจัดไปได้

ทำไมต้องต้องขัดผิว – ขัดหน้า การอาบน้ำตามปกติหรือการล้างทำความสะอาดผิวหน้าอย่างที่เรา ๆ ปฏิบัติกันทุกวัน มันไม่สามารถชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่ในผิวให้หลุดลอกออกไปได้อย่างหมดจด รวมถึงไม่สามารถขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปได้เองอีกด้วย ทำให้ผิวพรรณของเราดูหมองคล้ำไม่สดใส การขัดหน้าขัดผิวพรรณจึงช่วยให้ผิวของคุณมีความสะอาดหมดจดอย่างแท้จริง และช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดีเพิ่มความสดใสเปล่งปลั่งขึ้น

สิวใครว่าเรื่องเล็ก

ถ้าพูดถึงศัตรูอันดับ 1 ที่ทำร้ายเรา ทำให้เราดูขี้เหร่ไปได้ในทันทีก็คือ “สิว” เพราะนอกจากจะเป็นจุดเด่นบนใบหน้าแล้ว เมื่อสิวจากไปก็อาจจะทิ้งรอยด่างดำเอาไว้ให้เราดูเป็นของต่างหน้า และที่แย่ไปกว่านั้น หากว่าเราเป็นคนผิวมัน ผิวเป็นสิวง่ายและเป็นสิวอักเสบก็จะทำให้เรามีสิวเต็มหน้า และอาจจะมีร่องรอยหรือว่าหลุมทิ้งเอาไว้ ครั้นจะมาฟื้นฟูผิวนั้นก็ยากลำบาก อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่ที่อายุมากแล้วเลย เด็กวัยรุ่นที่ผิวยังฟื้นฟูง่ายอยู่ยังต้องรักษาร่องรอยของสิวอีกนานทีเดียว

ข้อปฏิบัติเมื่อเป็นสิว

เมื่อสิวแวะเข้ามาทักทายเรา แน่ล่ะว่าเราคงจะกังวล และอยากจะให้มันออกไปจากหน้าเราเสียตอนนั้น และที่สำคัญสิวนั้นสร้างความกังวลใจให้กับเราอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว แต่อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะรักษาสิวนั้น เราควรรู้ข้อปฏิบัติเมื่อมีสิว ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อที่สิวจะได้หายไป โดยที่ผิวเราบอบช้ำน้อยที่สุด

วิธีปฏิบัติเมื่อเป็นสิวมีดังนี้

– ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะการแกะหรือบีบสิว จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นหรือหลุมได้

– ล้างหน้าให้สะอาด ในแต่วันเราจะต้องเจอ โดยเฉพาะวันที่มีเหงื่อมาก ๆ

– ไม่จับต้องหัวสิว เพราะจะยิ่งทำให้สิวยิ่งอักเสบ

– ไม่ขัดผิวหรือถูแรง ๆ บริเวณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและติดเชื้อได้

– ไม่ใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ใส่ผมต่าง ๆ ที่มีส่วนปรกอบของน้ำมัน เพราะจะเพิ่มความอักเสบให้เพิ่มขึ้นไปอีก

หากว่าเราสามารถปฏิบัติได้อย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้รักษาสิวได้ง่ายขึ้น และเวลาที่สิวหายก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ เอาไว้ให้เราดูต่างหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลเป็นหรือว่าจุดด่างดำก็ตาม

มารู้จักสิวกันเถอะ

สิวนั้นไม่ได้มีอย่างเดียว ประเภทเดียว แต่ยังแบ่งออกเป็นหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน สิวอักเสบ ซึ่งสิวแต่ละอย่างนั้นก็จะไม่มีความแตกต่างกันไป ทั้งขนาดและการเกิด ซึ่งสิวที่หลาย ๆ คนเป็นกันเยอะก็ได้แก่

Ÿ             สิวเสี้ยน เป็นสิวที่คนมักจะเป็นกันมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วอยู่บริเวณจมูก เมื่อเรากดบริเวณจมูกก็มักจะเจอสิวเสี้ยนผุดขึ้นมา โดยจะมีหัวสิวสีดำเล็ก ๆ แม้จะไม่เด่นมาก แต่หากว่ามีมาก ๆ ก็กลายเป็นน่าเกลียดได้เช่นเดียวกัน

Ÿ             สิวหัวขาว สิวชนิดนี้เกิดขึ้น เพราะร่างกายไม่สามารถขับไขมันบริเวณดังกล่าวออกมาจากทางรูขุมขนได้ จึงเกิดเป็นลักษณะสิวที่นูนขึ้นมา ซึ่งก็สามารถพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้อีกด้วย

Ÿ             สิวหัวดำ เป็นสิวที่สามารถหลุดออกได้เอง โดยรูขุมขนเปิดออกเจอกับแสงแดดและสายลม เห็นเป็นจุดดำ ๆ

Ÿ             สิวผด เป็นสิวชนิดที่ค่อนข้างแตกต่างจากเพื่อน เพราะไม่มีความเกี่ยวข้องกับต่อมไขมันเลย แต่จะมีลักษณะเหมือนผดขึ้นเต็มไปหมด แต่ก็ไม่ใช่ผด

Ÿ             สิวอักเสบ ส่วนใหญ่แล้วได้มาจากสิวหัวขาวที่เกิดการสะสมของแบคทีเรียจนกลายเป็นผิวอักเสบ

สิวที่กล่าวถึงนั้นเป็นสิวชนิดที่เรามักจะไม่ต้องการมากที่สุด ไม่ว่าจะทำสาขาอาชีพไหนก็มีโอกาสที่จะได้เป็นสิว หรือมีสิวอักเสบ ดังนั้นมาดูแลสุขภาพผิวของเราให้ดีกันเถอะ

หน้ามันใช้สบู่ล้างดีจริงหรือ?

สำหรับคนที่หน้ามันมักจะรู้สึกรำคาญ และเหนียวเหนอะหนะ หลังจากล้างหน้าเสร็จไปได้ไม่นาน หลายคนจึงนิยมแก้ไขด้วยการล้างหน้าด้วยสบู่ก้อนชนิดแรง ๆ เพื่อที่จะช่วยให้หน้าสะอาดและแห้งไร้ความมันไปได้ แต่ที่จริงแล้วมันกลับเป็นวิธีที่ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้ผิวหน้าของคุณยิ่งมีสภาพที่แย่หนักเข้าไปใหญ่ มันอาจได้ผลทำให้รู้สึกดีเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น แต่ระยะยาวการใช้สบู่แรง ๆ ล้างหน้าจะทำให้รูขุมขนอุดตันยิ่งขึ้น สิวก็จะตามมา ทำให้คุณรู้สึกแย่กว่าเดิมเสียอีก แล้วผิวหน้าที่มันก็ไม่ได้หายไปอีกด้วย ถ้าจะใช้สบู่ล้างหน้าจริง ๆ สำหรับคนผิวมัน ควรใช้สบู่อ่อน ๆ จะดีกว่า

ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียว

ถ้าคุณจะล้างทำความสะอาดผิวหน้าให้เกลี้ยงเกลาหมดจด การล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เพราะน้ำสะอาดเปล่า ๆ ไม่สามารถชะล้างสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินที่ตกค้างอุดตันอยู่ในผิวออกไปได้หมด จำต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดผิวหน้าร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ผิวหน้าที่ได้หลังการหลังหน้านั้น สะอาดล้ำลึกจริง ๆ ควรใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิวหน้า จะทำให้ความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ที่รูขุมขนบนใบหน้าหลุดออดมาได้ง่าย ๆ และไม่เหลือสิ่งสกปรกใดๆ ตกค้าง

1 2 3 6

You might also likeclose