สิวใครว่าเรื่องเล็ก

ถ้าพูดถึงศัตรูอันดับ 1 ที่ทำร้ายเรา ทำให้เราดูขี้เหร่ไปได้ในทันทีก็คือ “สิว” เพราะนอกจากจะเป็นจุดเด่นบนใบหน้าแล้ว เมื่อสิวจากไปก็อาจจะทิ้งรอยด่างดำเอาไว้ให้เราดูเป็นของต่างหน้า และที่แย่ไปกว่านั้น หากว่าเราเป็นคนผิวมัน ผิวเป็นสิวง่ายและเป็นสิวอักเสบก็จะทำให้เรามีสิวเต็มหน้า และอาจจะมีร่องรอยหรือว่าหลุมทิ้งเอาไว้ ครั้นจะมาฟื้นฟูผิวนั้นก็ยากลำบาก อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่ที่อายุมากแล้วเลย เด็กวัยรุ่นที่ผิวยังฟื้นฟูง่ายอยู่ยังต้องรักษาร่องรอยของสิวอีกนานทีเดียว

ข้อปฏิบัติเมื่อเป็นสิว

เมื่อสิวแวะเข้ามาทักทายเรา แน่ล่ะว่าเราคงจะกังวล และอยากจะให้มันออกไปจากหน้าเราเสียตอนนั้น และที่สำคัญสิวนั้นสร้างความกังวลใจให้กับเราอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว แต่อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะรักษาสิวนั้น เราควรรู้ข้อปฏิบัติเมื่อมีสิว ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อที่สิวจะได้หายไป โดยที่ผิวเราบอบช้ำน้อยที่สุด

วิธีปฏิบัติเมื่อเป็นสิวมีดังนี้

– ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะการแกะหรือบีบสิว จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นหรือหลุมได้

– ล้างหน้าให้สะอาด ในแต่วันเราจะต้องเจอ โดยเฉพาะวันที่มีเหงื่อมาก ๆ

– ไม่จับต้องหัวสิว เพราะจะยิ่งทำให้สิวยิ่งอักเสบ

– ไม่ขัดผิวหรือถูแรง ๆ บริเวณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและติดเชื้อได้

– ไม่ใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ใส่ผมต่าง ๆ ที่มีส่วนปรกอบของน้ำมัน เพราะจะเพิ่มความอักเสบให้เพิ่มขึ้นไปอีก

หากว่าเราสามารถปฏิบัติได้อย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้รักษาสิวได้ง่ายขึ้น และเวลาที่สิวหายก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ เอาไว้ให้เราดูต่างหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลเป็นหรือว่าจุดด่างดำก็ตาม

มารู้จักสิวกันเถอะ

สิวนั้นไม่ได้มีอย่างเดียว ประเภทเดียว แต่ยังแบ่งออกเป็นหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน สิวอักเสบ ซึ่งสิวแต่ละอย่างนั้นก็จะไม่มีความแตกต่างกันไป ทั้งขนาดและการเกิด ซึ่งสิวที่หลาย ๆ คนเป็นกันเยอะก็ได้แก่

Ÿ             สิวเสี้ยน เป็นสิวที่คนมักจะเป็นกันมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วอยู่บริเวณจมูก เมื่อเรากดบริเวณจมูกก็มักจะเจอสิวเสี้ยนผุดขึ้นมา โดยจะมีหัวสิวสีดำเล็ก ๆ แม้จะไม่เด่นมาก แต่หากว่ามีมาก ๆ ก็กลายเป็นน่าเกลียดได้เช่นเดียวกัน

Ÿ             สิวหัวขาว สิวชนิดนี้เกิดขึ้น เพราะร่างกายไม่สามารถขับไขมันบริเวณดังกล่าวออกมาจากทางรูขุมขนได้ จึงเกิดเป็นลักษณะสิวที่นูนขึ้นมา ซึ่งก็สามารถพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้อีกด้วย

Ÿ             สิวหัวดำ เป็นสิวที่สามารถหลุดออกได้เอง โดยรูขุมขนเปิดออกเจอกับแสงแดดและสายลม เห็นเป็นจุดดำ ๆ

Ÿ             สิวผด เป็นสิวชนิดที่ค่อนข้างแตกต่างจากเพื่อน เพราะไม่มีความเกี่ยวข้องกับต่อมไขมันเลย แต่จะมีลักษณะเหมือนผดขึ้นเต็มไปหมด แต่ก็ไม่ใช่ผด

Ÿ             สิวอักเสบ ส่วนใหญ่แล้วได้มาจากสิวหัวขาวที่เกิดการสะสมของแบคทีเรียจนกลายเป็นผิวอักเสบ

สิวที่กล่าวถึงนั้นเป็นสิวชนิดที่เรามักจะไม่ต้องการมากที่สุด ไม่ว่าจะทำสาขาอาชีพไหนก็มีโอกาสที่จะได้เป็นสิว หรือมีสิวอักเสบ ดังนั้นมาดูแลสุขภาพผิวของเราให้ดีกันเถอะ

หน้ามันใช้สบู่ล้างดีจริงหรือ?

สำหรับคนที่หน้ามันมักจะรู้สึกรำคาญ และเหนียวเหนอะหนะ หลังจากล้างหน้าเสร็จไปได้ไม่นาน หลายคนจึงนิยมแก้ไขด้วยการล้างหน้าด้วยสบู่ก้อนชนิดแรง ๆ เพื่อที่จะช่วยให้หน้าสะอาดและแห้งไร้ความมันไปได้ แต่ที่จริงแล้วมันกลับเป็นวิธีที่ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้ผิวหน้าของคุณยิ่งมีสภาพที่แย่หนักเข้าไปใหญ่ มันอาจได้ผลทำให้รู้สึกดีเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น แต่ระยะยาวการใช้สบู่แรง ๆ ล้างหน้าจะทำให้รูขุมขนอุดตันยิ่งขึ้น สิวก็จะตามมา ทำให้คุณรู้สึกแย่กว่าเดิมเสียอีก แล้วผิวหน้าที่มันก็ไม่ได้หายไปอีกด้วย ถ้าจะใช้สบู่ล้างหน้าจริง ๆ สำหรับคนผิวมัน ควรใช้สบู่อ่อน ๆ จะดีกว่า

ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียว

ถ้าคุณจะล้างทำความสะอาดผิวหน้าให้เกลี้ยงเกลาหมดจด การล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เพราะน้ำสะอาดเปล่า ๆ ไม่สามารถชะล้างสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินที่ตกค้างอุดตันอยู่ในผิวออกไปได้หมด จำต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดผิวหน้าร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ผิวหน้าที่ได้หลังการหลังหน้านั้น สะอาดล้ำลึกจริง ๆ ควรใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิวหน้า จะทำให้ความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ที่รูขุมขนบนใบหน้าหลุดออดมาได้ง่าย ๆ และไม่เหลือสิ่งสกปรกใดๆ ตกค้าง

ริ้วรอยตัวฉกาจ

แน่นอนว่าคงจะไม่มีใครอยากจะมีริ้วรอย โดยเฉพาะริ้วรอยก่อนวัย เพราะริ้วรอยต่าง ๆ นั้นทำให้เราดูแก่ และดูน่าเกลียด แน่ล่ะว่าในความเป็นจริงนั้นเราไม่สามารถหนีปัญหาในเรื่องของริ้วรอยได้พ้น เราก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย และทำให้ดูอ่อนกว่าวัยได้ แท้อาจจะไม่ได้ดูเหมือนสาวแรกรุ่น แต่ก็สามารถช่วยทำให้ดูเด็กขึ้นไปหลายปีเลยทีเดียว

ก่อนอื่นนั้น เราควรจะรู้จักวิธีการป้องกันริ้วรอยไม่ให้เกิดขึ้นก่อนวัย ซึ่งก็คือเราควรจะหลีกเลี่ยงสาเหตุของการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ ซึ่งมีสาเหตุดังต่อไปนี้

ป้องกันตัวเองจากแสงแดด แสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ ดังนั้นหากว่าจะให้ดีให้เราป้องกันตัวเองจากแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นการพกร่มพกหมวก เดินหลบแดด หรือการใช้ครีมกันแดด ซึ่งแม้จะช่วยได้ไม่ 100% แต่ก็สามารถช่วยได้มากเลยทีเดียว

หยุดพฤติกรรมทีเผลอ หายต่อหลายคนมักจะมีพฤติกรรมทีเผลอของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการขยี้ตา ขมวดคิ้ว เท้าคาง ซึ่งทั้งหมดนี้แหละที่เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ

ไม่เครียด ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความเศร้า ความวิตกกังวลต่าง ๆ หยุดมันซะ เพราะนอกจากจะทำให้จิตใจของเรามัวหมองแล้ว ยังทำให้หน้าเราแก่อีกด้วย เพราะเมื่อเราเครียด กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าจะมีความตึงเครียด เมื่อนาน ๆ เข้าก็เกิดเป็นริ้วรอยลึกได้

สูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่จะแก่เร็วกว่าคนที่ไม่ได้สูบประมาณ 5 เท่า เพราะในควันบุหรี่นั้น มีสารที่ไปทำลายเซลล์ผิวทำให้เสื่อมสภาพเร็วกว่าเคยที่สำคัญ นอกจากจะสูบเองแล้ว การดมควันบุหรี่ก็มีผลต่อผิวและริ้วรอยเช่นเดียวกัน

ลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว คนที่ลดความอ้วนอย่างรวดเร็วก็เป็นจำพวกหนึ่งที่มีโอกาสที่มีผิวเหี่ยวย่นและมีริ้วรอย เพราะน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวปรับสภาพไม่ทัน ดังนั้น หากว่าเราอยากจะลดความอ้วนแบบไม่มีริ้วรอยก็ควรจะลดความอ้วนแบบค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า

ปัจจุบันสารที่ช่วยลดและต่อต้านการเกิดริ้วรอยนั้น มีหลายชนิดซึ่งก็แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ นั่นก็คือ กลุ่มที่ช่วยชะลอริ้วรอยได้เพียงอย่างเดียว กับกลุ่มที่ช่วยชะลอริ้วรอยและช่วยลบเลือนริ้วรอยตื้น ๆ ได้

การทำความสะอาดริมฝีปาก

การทำความสะอาดริมฝีปาก หรือว่าการกำจัดลิปสติกออกจากริมฝีปากของเรานั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากว่ามีลิปสติกตกค้างอยู่ ปากของเราก็อาจจะอยู่กับสารเคมีบางตัวนานไป และอาจจะทำให้เกิดการดำคล้ำได้ ดังนั้นเราควรจะทำความสะอาดริมฝีปากของเราให้ดี ๆ ซึ่งก็มีวิธีการง่าย ๆ โดยให้เราใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของเรา (ถ้าไม่มีก็ใช้เบบี้ออยล์แทนได้) หยดลงในสำลีแบบแผ่น จากนั้นก็เช็ดจากซ้ายไปขวา แล้วเช็ดกลับขวามาซ้ายทั้งริมฝีปากล่างและบน จากนั้นก็ให้พับแผ่นสำลีสองทบ จากนั้นก็ใช้มุมของสำลีที่พับมาเช็ดริมฝีปากอีกรอบ คราวนี้เช็ดจากบนลงล่าง โดยให้เช็ดตรงบริเวณที่เป็นร่อง เพื่อกำจัดคราบลิปสติกที่อยู่บริเวณร่องริมฝีปากออกไป

เพิ่มความอ่อนเยาว์ให้ริมฝีปาก

ริมฝีปากของเราก็เหมือนกับผิวส่วนอื่น ๆ ที่เมื่ออายุมากขึ้นก็มีริ้วรอยได้เหมือนกัน ดังนั้น เราจึงควรคงความอ่อนเยาว์ให้กับริมฝีปากของเรา

ขั้นแรกให้เราใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางทั้งสองข้างของเราจรดที่บริเวณคาง จากนั้นนวดจากบริเวณคางไปถึงมุมปาก โดยนวดในลักษณะเป็นวง ๆ และยกผิวขึ้น ทำทั้งหมด 3 รอบ โดยที่ไม่ต้องทำเที่ยวกลับ ทำแต่เที่ยวไป จากนั้นก็ให้เอานิ้วมาวางเอาไว้บริเวณขอบริมฝีปากล่างตรงกลาง แล้วนวดไปยังมุมปากเหมือนเดิม แต่คราวนี้พอถึงบริเวณมุมปากก็ใช้นิ้วทั้งสองยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็ทำซ้ำอีก 2 รอบ รวมเป็น 3 รอบทั้งริมฝีปากบนและล่างเช่นเดียวกัน ซึ่งวิธีการนี้จะเพิ่มความสดใส อิ่มเอิบ และช่วยลดการเกิดริ้วรอยบนริมฝีปากก่อนวัย ทำให้ริมฝีปากของเราดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ และถ้าจะให้ดีก็ให้เรานวดปากหลังจากที่เราทาลิปที่ใช้บำรุงผิว เพื่อเป็นการช่วยทำให้ลิปที่ทาบำรุงนั้น ซึมเข้าไปบำรุงได้มากขึ้น

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถบำรุงริมฝีปากให้เนียนนุ่ม ไม่หมองคล้ำ ดูอ่อนกว่าวัยได้ และก็จะได้ไม่เป็นขุยน่าเกลียดอีกด้วย อย่าลืมว่าริมฝีปากก็เป็นผิวจุดหนึ่งที่คนมักจะมอง

วิธีฟื้นฟูสภาพผิวแบบเร่งด่วน

ในบางครั้งเราอาจจะทำร้ายผิวไปบ้าง และกว่าจะรู้ตัวตื่นขึ้นมา ใบหน้าก็หมองคล้ำ มีร่องรอยของความโทรมต่างๆ นานาไปเสียแล้ว แล้วแถมวันนี้เราจะต้องไปธุระหรืออาจจะมีเดท แน่นอนล่ะว่าคงจะไม่มีใครอยากจะไปออกข้างนอกในสภาพที่โทรมสุดขีดเป็นแน่ ดังนั้นก็มีฟื้นฟูผิวง่ายๆ แบบเร่งด่วนมาฝากกัน แต่อย่างไรก็ดี การฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนนี้ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะอยากให้ผิวสวยใสอยู่ตลอดเวลานั้น เราควรจะบำรุงและดูแลผิวเป็นประจำ

ฟื้นฟูใบหน้าหมองคล้ำ

หากว่าเมื่อคืนเราไปปาร์ตี้กับเพื่อนมาเสียดึก หรือว่านอนดูทีวีรายการโปรดเพลินไปหน่อย ทำให้นอนไม่พอ ใบหน้ามีความหมองคล้ำ แต่ว่าเช้านี้เรามีเดทกับหนุ่มที่เราเฝ้ารอมานาน เราจะทำอย่างไรดี เพราะหากแบกหน้าโทรมๆ มีความหมองคล้ำไปหาก็คงจะไม่ดีเป็นแน่ แต่ก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไป เพราะก็มีวิธีที่จะช่วยเพิ่มความสดใสของใบหน้า เป็นการฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำแบบเร่งด่วน

ขั้นแรกให้เราดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งและมะนาว เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย จากนั้นก็ให้ออกกำลังกายสักหน่อย เพราะการออกกำลังกายเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย นอกจากนี้ยังกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของร่างกาย หากว่าไม่มีเวลามาก อาจจะกระโดดเชือก เล่นโยคะเบาๆ หรือว่ากระโดดตบก็ได้เช่นเดียวกัน จากนั้นก็ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนเซอร์ และให้เพิ่มชุ่มชื่นให้กับผิวด้วยครีม หรือโลชั่นที่ผสมมอยส์เจอไรเซอร์ หรืออาจจะพรมน้ำแร่ก็ได้ก็ไม่ว่ากัน หรือบางคนอาจจะใช้แตงกวาหรือว่ามะเขือเทศมาโปะหน้าเอาไว้ประมาณ 15 – 20 นาที เพื่อความชุ่มชื้นให้กับผิว

นอกจากนี้ก็ให้เรารับประทานอาหารเช้า และสูดลมหายใจลึกๆ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องใบหน้าหมองคล้ำได้มากทีเดียว แต่อย่างไรก็ดี หากว่าเราอดนอนมาหลายๆ คืน วิธีดังกล่าวก็อาจจะใช้ไม่ได้ผลมากนัก เพราะร่างกายและผิวของเรากำลังอยู่ในขั้นแย่ ดังนั้นเราจึงควรดูแลผิวของตัวเองอยู่เสมอ

เคล็ดลับในการดูแลผิวสวยในทุก ๆ วัน

การทำความสะอาดผิวกายนั้น ก็มีความแตกต่างไม่มากไปจากผิวหน้าสักเท่าไหร่ แต่แม้ว่าเราไม่ต้องระมัดระวังมาก เพราะผิวไม่มีความอ่อนบางเท่า แต่เราก็ควรที่จะใส่ใจผิวของเราสักนิด เพื่อให้ผิวของเราเนียนนุ่มสวยอยู่ทุกวัน ซึ่งเคล็ดลับง่าย ๆ ในการบำรุงผิวให้สวยก็มีดังต่อไปนี้

ทำความสะอาดร่างกายทุกวัน

ข้อนี้แม้จะเป็นเรื่องเบสิคแต่ก็สำคัญ เพราะหากว่าเราไม่ใส่ใจกับการทำความสะอาดร่างกาย บำรุงผิวไปก็จบ เพราะว่าก็คงไม่ได้ผลอะไรเท่าไหร่ การทำความสะอาดร่างกายนั้นสำคัญ ไม่ใช่แค่เอาน้ำพรมหรือราดใส่ตัว ถูสบู่สองทีแล้วจบ เพราะว่าการอาบน้ำ หรือการทำความสะอาดร่างกายนั้น ควรจะใส่ใจรายละเอียดทุกส่วน เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับการทำความสะอาดอย่างแท้จริง

ขัดผิวบ้าง

ก็เหมือนกับผิวหน้านั่นแหละที่จะมีการผลัดผิวอยู่เสมอ ดังนั้น เราควรจะกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไป โดยในทุก ๆ วันเราอาจจะใช้ใยขัดตัวอย่างเช่น ใยบวบที่ค่อนข้างจะนุ่มมาขัดตามร่างกายเป็นประจำทุกวัน และใน 1 อาทิตย์ก็อาจจะมีสักวันที่นำครีมขีดมาขัดผิว เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ติดอยู่ออกไปจนหมดสิ้น แค่นี้ก็จะทำให้ผิวของเรากระจ่างใสไม่หมองคล้ำแล้ว

ผิวสวยด้วยผัก และ ผลไม้

ส้ม

ส้มนั้นเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ ซึ่งในส้มนั้นก็มีวิตามินนานาชนิด ที่มากและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและผิวของเราก็คือวิตามินซี ซึ่งวิตามินก็จะช่วยทำให้ผิวของเราดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ส้มยังมีส่วนช่วยทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเป่าและสดใส และมีผลทำให้ผิวพรรณของเราดูสดใสตามผิวอีกด้วย

การรับประทานส้มนั้น ควรรับประทานทั้งกาก เพราะจะช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายของเราดี และเพื่อการขับถ่ายของเราเป็นระบบสาเหตุของสิวประการหนึ่งก็จะหมดไป เพราะปัญหาเรื่องการขับถ่ายก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวเช่นเดียวกัน เห็นประโยชน์อย่างนี้แล้วก็มารับประทานส้มกันเถอะค่ะ

มะเขือเทศ

“มะเขือเทศ” ผักลูกแป้น ๆ สีแดง ๆ นั้น เป็นผักที่ทรงคุณค่ามากมายอย่างแท้จริง มีประโยชน์มากมายหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในด้านสุขภาพและในด้านของความสวยความงามก็ตาม

ในด้านของสุขภาพนั้น มะเขือเทศสามารถต้านมะเร็งได้หลากหลายชนิด ส่วนในด้านของความงามนั้น มะเขือเทศช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและดูสดใส แม้จะไม่ได้แก้มแดงอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกับสีของมะเขือเทศ แต่ก็ดูรู้ว่าสุขภาพดี การรับประทานมะเขือเทศนั้น ทำได้หลากหลายแบบที่แนะนำก็คือให้รับประทานสด โดยสามารถรับประทานเป็นสลัด หรือว่าจิ้มพริกกับเกลือรับประทานได้เลย

แครอต

แครอตเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ทรงคุณค่ามาก เพราะเป็นผักอีกชนิดที่มีเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ดังนั้น หากว่ารับประทานแครอตมาก ๆ นอกจากจะไม่เป็นโรคมะเร็งแล้วยังช่วยทำให้เราดูอ่อนกว่าวัยอีกด้วย

นอกจากนี้การรับประทานแครอตยังช่วยทำให้ผิวพรรณของเราผ่องใส และก็สีผิวก็จางลง อาจจะไม่ถึงขั้นขาวผ่องในกรณีของคนที่มีผิวค่อนข้างคล้ำ แต่จะดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นต้นเหตุของความหมองคล้ำของผิวออกไปอีกด้วย

อิมเมจินี่ เดซี่ ดิว่า คลินิก

อิมเมจินี่ คลินิก คลินิกที่ชื่อเสียงทางด้านการกำจัดขน ทางคลินิกนี้ได้ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ 2 ระบบ คือ Diode Laser และ Long Pulse ND-YAG Laser ที่สามารถกำจัดขนได้แบบถึงรากลึก และมีความปลอดภัย เหมาะกับคนทุกสีผิว สามารถกำจัดขนได้ทั้งร่างกาย ตั้งแต่เลเซอร์กําจัดขนหน้า รักแร้ ขา ไปจนถึงแนวบิกินี่ ที่เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบใส่ชุดว่ายน้ำแนวเซ็กซี่เป็นอย่างมาก

immagini clinic กำจัดขน

นอกจากการกำจัดขนแล้ว ยังมีบริการเกี่ยวกับความงามอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
– ดึงหน้ายกกระชับความหย่อนคล้อย
– ลดริ้วรอย เติมเต็มร่องลึก
– กระชับรูขุมขน ลดรอยหลุมสิว
– แก้ไขสีผิว รอยด่างดำ กระ ฝ้า
– ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน
– ลดขนาดน่อง
– ลดเหงื่อใต้วงแขน ระงับกลิ่นตัว
– บริการลบรอยสัก

เรียกว่าไปที่นี่ที่เดียวสวยครบออกมากันได้เลย

สำหรับราคากำจัดขนที่ Immagini Clinic รวถึงบริการอื่นๆ สามารถเช็คได้ที่หน้าเว็บของทางคลินิก http://www.immaginiclinic.com ตอนนี้เห็นมีโปรโมชั่นอยู่ เป็น Beauty Voucher 2,000 บาท ลองแวะไปลงทะเบียนกันดูได้ แต่สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าใหม่นะจ้ะ

หรือถ้าสนใจจะแวะเวียนไปสอบถามที่สาขาของ Immagini Clinic ก็มีสาขาไว้คอยให้บริการหลายสาขาตามห้างใหญ่ อย่างเซ็นทรัลสาขาต่างๆ ทั้ง สาขาพระราม 9, สาขาพระราม 2, สาขาบางนา, สาขาปิ่นเกล้า, สาขาลาดพร้าว, สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ หรือจะไปที่ดิ เอ็มควอเทียร์ ก็มีเช่นกัน ส่วนที่เป็นชื่อ Daisy Diva Clinic จะมี 2 สาขาที่ สาขาสยามสแควร์ ซอย 2 และ สาขาสยามสแควร์วัน จ้า

การเลือกครีมกันแดด

การที่เราจะรู้ว่าครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีนั้น เราจำเป็นต้องรู้ว่าครีมกันแดดที่เราจะเลือกซื้อมาใช้นั่น มีคุณสมบัติอะไร ช่วยป้องกันอะไรได้แค่ไหน ซึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องของการกันแดดนั้น มักจะมีศัพท์อยู่มากมาย และเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการเลือกใช้ครีมกันแดด จึงควรจำเป็นต้องทราบว่าที่ระบุไว้บนฉลากของครีมกันแดดทั้งหลายนั้น เพื่ออะไร เหมาะกับการใช้งานของเราหรือไม่

Ÿ             UVA คือ รังสีที่สามารถเข้ามาทำลายโครงสร้างของอีลาสติน และคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่ายๆ

Ÿ             UVB คือ รังสีที่ทำให้ผิวไหม้เกรียม เมื่อสะสมมากๆ อาจะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

Ÿ             UVC คือ ค่าความสามารถในการปกป้องผิวจากแสงแดด ยิ่งมากก็ยิ่งปกป้องผิวได้ดีขึ้น นานขึ้น

Ÿ             PA คือ ค่าความสามารถในการปกป้องผิวจากแสงแดด ที่บอกถึงการป้องกันรังสี UVA

Ÿ             PA +++ คือ ระดับการป้องกันรังสี UVA ในระดับสูงสุด

Ÿ             Waterproof คือ สามารถกันน้ำได้นานกว่า ควรทาซ้ำใน 1 ชั่วโมง 10 นาที

ในเบื้องต้นการสังเกตที่จะเลือกซื้อครีมกันแดด ควรต้องมี 3 – 4 คำนี้เป็นหลัก คือ SPF มีส่วนประกอบของ UVA และ UVB รวมไปถึง Water Resistant

ค่า SPF ที่เหมาสม

เพื่อให้เลือดใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสมกับการป้องกันแสงแดด ได้เปรียบเทียบมาให้คุณดูแล้วว่าค่า SPF เท่าไรที่คุณควรเลือกไปใช้

แสงไฟในที่ทำงาน ค่า SPF 15

แสงแดดระหว่างวัน ค่า SPF 30

แสงแดดสะท้อนในรถยนต์ ค่า SPF 25

เล่นกีฬากลางแจ้ง (ทางบก) ค่า SPF 40

เล่นกีฬากลางแจ้ง (ทางน้ำ) ค่า SPF 50

การใช้ครีมกันแดด

ก่อนอื่นคุณควรดูวันหมดอายุของครีมกันแดดเสียก่อน แต่ยังไงเสียครีมกันแดดก็ควรมีอายุไม่เกิน 2 ปี (เครื่องสำอางทั่วไปก็เช่นกัน) เป็นอย่างมาก แล้วการใช้แต่ละครั้งปริมาณการบีบครีมกันแดด ใช้แค่ครึ่งฝ่ามือก็พอแล้ว ปริมาณเพียงเท่านี้สามารถกันแดดได้ทั่วตัวและหลังจากที่คุณกลับเข้ามาจากการผจญแดดแล้ว คุณควรทา After Sun ด้วย เพื่อเป็นการบำรุงผิว และป้องกันการเกิดผิวเกรียมแดด จากนั้นก็ลงมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีวิตามินอี และว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสมขั้นตอนสุดท้าย

1 2 3 4 5 6 11

You might also likeclose